เทศบาลมาบตาพุดอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีพื้นที่ 8,182 ไร่ เดิมเป็นที่อยู่ของชุมชนประมงและการเกษตกรรม พ.ศ 2521 มีประชากรทั้งสิ้น 8,434 คน เมื่อเริ่มมีการพัฒนาอุตสาหกรรมใช้พื้นที่ไป 4,200 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมีจำนวน 7,500 ไร่ขึ้นไป และมีฐานะเป็นเทศบาลเมื่อปี พ.ศ 2535 มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ทั้งหมดในปี พ.ศ 2551 มี45,646 คนและประชากรแฝงอีก 102,362คน
จังหวัดระยองมีอำเภอทั้งหมด 8 อำเภอได้แก่ เมือง,ปลวกแดง,แกลง,นิคมพัฒนา,บ้านค่าย,บ้านฉาง,วังจันทร์,เขาชะเมา
ระยองมีประชากรทั้งสิ้น 591,509คน(พ.ศ.2551) มีพื้นที่ 2.2ไร่
ตารางแสดงรายชื่อโรงงาน
อำเภอเมือง | 590แห่ง |
อำเภอปลวกแดง | 342แห่ง |
อำเภอแกลง | 302แห่ง |
อำเภอนิคมพัฒนา | 201แห่ง |
อำเภอบ้านค่าย | 199แห่ง |
อำเภอบ้านฉาง | 65แห่ง |
อำเภอวังจันทร์ | 21แห่ง |
อำเภอเขาชะเมา | 11แห่ง |
รวมทั้งสิ้น | 1,731แห่ง |
นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดปี 2552
-นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก
-นิคมอุตสาหกรรมผาแดง
-นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย
-นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล
กลุ่มอุตสาหกรรมหลักในมาบตาพุด มีดังนี้
1.โรงกลั่นนำมัน 2 แห่ง
2.ปิโตรเคมีขั้นตน 4แห่งกลางนำและปลายนำอีก 41 แห่ง
3.อุตสาหกรรมเคมี 16 แห่ง
4.อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี 1 แห่ง
5.อุตสาหกรรมผ้าใบยางรถยนต์ 1แห่ง
6.อุตสาหกรรมผลิตก๊าซ 8 แห่ง
7.อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า 11 แห่ง
8.โรงบำบัด1แห่งและหลุมฝังกลบของเสียอันตรายอีก 1แห่ง
9.อุตสาหกรรมฉนวนใยหิน 1แห่ง
10.โรงไฟฟ้ามากกว่า 10แห่ง
2.วัตถุประสงค์
2.1เพื่อทราบปัญหามลพิษในพื้นที่มาบตาพุด
2.2เพื่อทราบวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาของเทศบาลมาบตาพุด
2.3ผลกระทบที่เกิดจากปัญหามลพิษ
3.พื้นที่การศึกษา
เทศบาลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยองและพื้นที่บางส่วนของกิ่งอำเภอ ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบลได้แก่ ตำบลมาบตาพุด ตำบลห้วยโป่ง ตำบลมาบข่าบางส่วน ตำบลทับมาบางส่วน ตำบลเนินพระบางส่วน และมีเกาะ1เกาะคือเกาะสะเก็ด
เทศบาลเมืองมาบตาพุดอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (สุขุมวิท) ระยะทางประมาณ 204 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดระยอง (ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง) ประมาณ 8 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดระยองประมาณ 20 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ | |||||||||||||||
|
4.วิธีการศึกษา
4.1หาข้อมูลข่าว บทความ ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับมาบตาพุดจากอินเตอร์เน็ต
4.2รวบรวมข้อมูล
4.3วิเคราะห์ข้อมูล
4.4ทำแบบสำรวจความคิดเห็น
4.5สอบถามจากชาวบ้านเพิ่มเติม
4.6ทำการสรุปผล
5.ประเด็นพิจารณา
จากการที่ได้ทำการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมและบทความเกี่ยวกับมาบตาพุด สรุปปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดังนี้
5.1 อากาศ มีกลิ่นเหม็น ฝุ่นละอองมาก ฝนบางครั้งมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอากาศในพื้นที่รอบโรงงานและชุมชนมาบตาพุดตั้งแต่ พ.ศ.2540-2552 พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย(VOCs)60ชนิด เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ 20 ชนิด สารประกอบกำมะถัน สารประกอบ NOx
5.2น้ำ มีปัญหาขาดแคลนน้ำเพราะน้ำผิวดิน ปนเปื้อนด้วยแบคทีเรียและโลหะหนัก (Cu,Ni,Mn,Hg,As) น้ำบ่อตื้นและน้ำใต้ดิน พบสาร VOCs และโลหะหนัก As,Mn,Ni,Pb น้ำทะเล พบสาร BOD,DO,TCB,FCB,Cd,Hg และ Pb น้ำทิ้งอุตสาหกรรม BOD,COD,SS,TCB,TDS,FOG,Formaldenhyde,Hg,Mn,Ba,Se กากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย Hg,Se
5.3 ดิน ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวกับ
กากน้ำมัน โลหะหนักเช่น ตะกั่ว สารหนู เหล็ก เซเลเนียม ปรอท โครเมียม ทองแดง นิกเกิล สังกะสี แมงกานีส โดยเฉพาะบริเวณอำเภอเมืองมีการปนเปื้อนสารพิษในดินมากที่สุด ปี พ.ศ.2550 กรมโรงงานอุตสาหกรรมพบปริมาณของเสียอันตรายจากนิคมอุตสาหกรรมและนอกพื้นที่ 584,460.27 ตัน แบ่งได้เป็นของเสียอันตราย 178,888.26 ตัน และไม่อันตราย 405,572.01 ตัน
5.4 ปัญหาการกำจัดกากของเสียอันตราย
บริษัทที่รับผิดชอบมีความสามารถจัดการได้ไม่หมด บางโรงงานยังไม่มีระบบการกำจัดที่ถูกวิธี โรงงานต้องลักลอบนำไปฝังเอง เพื่อเลี่ยงการจ่ายค่าบริการ และการกำจัดดูแลการขนส่งไปยังสถานที่ฝังกลบยังไม่ดีพอ
5.5ปัญหาด้านสังคม
ยังคงมีปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาโรคติดต่อ
5.6 สุขภาพ
5.6.1ประชาชนเป็นโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้น
5.6.2ติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้น
5.6.3เป็นมะเร็งมากขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว
5.6.4เด็กทารกมีความผิดปกติ พิการแต่กำเนิด
5.6.5มีความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยตลอดเวลา เกี่ยวกับอุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลและโรงงานระเบิด
6.การดำเนินการแก้ไขปัญหา
แผนปฎิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ 2550-2554 มีมาตรการดังนี้
6.1มาตรการลดปริมาณการปล่อยมลพิษทางอากาศ ทางน้ำ ขยะและกากเสียอุตสาหกรรมจากโรงงานอุตสาหกรรม
6.2มาตรการบริหารจัดการมลพิษ ติดตามตรวจสอบ และกำกับดูแล
6.3มาตรการการจัดการด้านสาธารณะสุขและอาชีวอนามัย
6.4มาตรการกำหนดการพัฒนาเชิงพื้นที่ไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย
6.5มาตรการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาพื้นที่มาบตาพุด
นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะเพื่อกำกับแผนดำเนินงาน
1.คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาพื้นที่มาบตาพุด
2.คณะอนุกรรมการศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพอนามัยของประชาชน
3.คณะอนุกรรมการด้านเทคนิค เพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลการแก้ปัญหามลพิษของอุตสาหกรรม ในจังหวัดระยอง
4.คณะอนุกรรมการพหุภาคี
7.ประโยชน์ที่คาดหวังว่าจะได้รับ/ผลที่ได้รับ
7.1มีการลดระบายก๊าซออกไซต์ของไนโตรเจน(NOx)และ(SOx)ลงได้ 30%
7.2ลดปริมาณ น้ำทั้งอุตสาหกรรมได้ประมาณ 700,000ลูกบาศ์กเมตร
7.3มีการตรวจสอบและควบคุมการระบาย VOCs จากแหล่งรั่วซึมทำให้สาร VOCs มีแนวโน้มลดลงที่ยังตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ 1,3 Butadiene และ 1,2-Dichloroethane
และจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน 3กองทุน คือ
1.กองทุนระยะเข้มแข็ง 31 ล้านบาทมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกองทุน
2.มูลนิธิกองทุนคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เมืองมาบตาพุดและชุมชนเทศบาลตำบลบ้านฉาง
3.กระทรวงสาธารณะสุขจัดงบประมาณขยายโรงพยาบาลมาบตาพุดเป็นเงิน 170 ล้านบาท
8.ข้อเสนอแนะ
8.1ประชาชนรู้สึกว่าภาครัฐไม่ได้เอาใจใส่อย่างเต็มที่
8.2ประชาชนไม่ได้รับข่าวสารและข้อมูลจริง ทันเวลา
8.3ขาดการประเมินอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศของมาบตาพุด
8.4ขาดการวางแผนผังเมืองที่ดี ว่าพื้นที่ใดควรเป็นที่อยู่อาศัย
8.5โรงพยาบาลและสถานีอนามัยไม่เพียงพอ
8.6น้ำดื่มน้ำใช้ไม่เพียงพอ
8.7ขาดการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
8.8ต้องการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของคนในพื้นที่
8.9ประชาชนมีความเห็นว่า การที่รัฐอนุมัติโครงการ 76 โครงการมาลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่มาบตาพุดน่าจะเกินศักยภาพที่จะรองรับได้
9.สรุป
ที่มา :http://thaitox.org/media/upload/file/_Keynote%20Mabtaphut.pdfมาบตาพุดเป็นปัญหาที่ทุกคนกำลังกังวลว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ หน่วยงานที่เข้ามาดูแลคือโรงงานอุตสาหกรรมและรัฐบาล โดยที่ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดในบริเวณมาบตาพุด จะเป็นการพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย เป็นมะเร็งเกือบทุกชนิด
น้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน คลอง ทะเล น้ำเน่าเสีย อากาศเสียและมีกลิ่นเหม็น มีกากขยะอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก และสุดท้ายคือก๊าซรั่วไหลและอุบัติเหตุ ปัญหาเหล่านี้ยังไม่หมดไปแม้จะมีการแก้ไขปรับปรุงเรื่องมลพิษให้ดีขึ้น เห็นได้จากการที่นักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพิทยาคารต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลกลางชั่วโมงเรียน เพราะสูดดมก๊าซที่รั่วไหลจากโรงงานอุตสาหกรรม จึงทำให้ต้องย้ายโรงเรียนออกจากพื้นที่แห่งนั้น แต่10ปีต่อมาก็ต้องย้ายโรงพยาบาลมาบตาพุดออกมาสร้างที่อื่นอีก จะเห็นได้ว่าจังหวัดระยองเดิมแล้วประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรม ประมง ทำไร่ทำสวน แต่พอมีโรงงานอุตสาหกรรมจึงทำให้มีการสร้างงานสร้างรายได้ โดยการรับพนักงานจากที่ต่างๆ เข้ามา สังเกตได้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของระยองจะได้จาก กลุ่มอุตสาหกรรมกลั่นนำมัน
แม้จะมีการฟ้องร้องจากประชาชนให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ แต่ก็ทำได้เพียงแก้ปัญหาชั่วคราวเพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการลงทุน ทำให้ชาวบ้านต้องทนกับสภาพปัญหาที่ตนไม่ได้ก่อ บางคนถึงกับล้มป่วย ภายหลังมีการประกาศให้มาบตาพุดเป็นพื้นที่ควบคุมเขตมลพิษ ทำให้รัฐบาลต้องยอมเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง
http://www.maptaphutcity.go.th/index.php
ผู้จัดทำ
นางสาวเบญจวรรณ สุขนิจสัย 52020275
นางสาวกุลธิดา ไชยยศ 52021039
นางสาวสาลี วังคะฮาด 52021104
