วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

มาบตาพุด

บทนำ
เทศบาลเมืองมาบตาพุด    ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองระยองและบางส่วนของอำเภอนิคมพัฒนา  จังหวัดระยอง  โดยห่างจากตัวเมืองประมาณ  8  กิโลเมตรและห่างจากกรุงเทพมหานครตามถนนสุขุมวิทเป็นระยะทาง 240 กิโลเมตร
เมืองมาบตาพุด   มีสถานะที่คล้ายกับเมืองแหลมฉบัง  เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อรองรับโครงการพัฒนาชายฝั่งภาคตะวันออกและเป็นเขตอุตสาหกรรมหนักที่สำคัญของประเทศอีกด้วย  ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรม  257  แห่ง
ประวัติเทศบาลเมืองมาบตาพุด  เดิมคือ  สุขาภิบาลมาบตาพุดซึ่งยกฐานะเป็นเทศบาลมาบตาพุด  ครอบคลุมพื้นที่ตำบลมาบตาพุด  อำเภอเมืองระยอง  และอำเภอบ้านด้วย  จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลเมื่อปี  พ.ศ .2534และได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง  ในปี  พ.ศ. 2544   ปัจจุบันมีโรงเรียนในสังกัดเทศบาลมาบตาพุด  คือ  โรงเรียนเทศบาลเมืองมาบตาพุด
ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสถิติ  มีนายกเทศมนตรีปัจจุบัน  คือ  นายสมพงษ์  โสภณ  มีประชากรทั้งสิ้น  45,656  คน(พ.ศ 2551) มีพื้นที่  144,575 ตร.กม  และมีความหนาแน่น  315.73  คน/ตร.กม
ที่ตั้งอุตสาหกรรมมาบตาพุด   เนื่องจากมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนที่อยู่  สาธารณูปโภค  ในขณะเดียวกันส่วนอื่นๆของประเทศ  ก็มีความยากจน  เกิดการหลั่งไหลเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร  รัฐบาลจึงแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศโดยการขยายเศรษฐกิจโดยร่วมกับ  ทางด้านภูมิภาคแรงงานและรายได้ของประชากร  รวมทั้งชะลอการขยายตัวของเมืองหลวง  นิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่นอกเมืองหลวง  เมื่อประเทศไทยพบก๊าซธรรมชาติ  การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจึงได้นำก๊าซมาแยกและได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆเช่น  ปิโตรเคมี  เคมีภัณฑ์  และปุ๋ยเคมี  ทำให้เกิดการสร้างงาน  สร้างเมืองอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก  และมีการลงทุนพื้นที่ใหม่  จึงเกิดเป็นอุตสาหกรรมมาบตาพุด  จังหวัดระยอง  อุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้แก  ท่าเรือน้ำลึก   ระบบถนน  รถไฟ  และระบบส่งน้ำ  ระบบโทรคมนาคม
ภายในนิคมอุตสาหกรรม  ประกอบด้วย   ปิโตรเคมี  เคมี  เหล็ก  โรงกลั่นน้ำมัน  โรงไฟฟ้าและพื้นที่สำหรับโรงงาน   โรงงาน   อุตสาหกรรมเป็นการให้เช่าในระยะเวลา  30 ปีและพิจารณาต่อให้คราวละ 20 ปี โดยแบ่งพื้นที่ลักษณะตามกลุ่มอุตสาหกรรมและได้มีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยบริการต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ  ได้แก่  ที่พักอาศัย   สถานที่ราชการ  เทศบาล   ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง  ศุลกากร  โรงพยาบาล  สถานที่พักผ่อน ฯลฯ

วัตถุประสงค์ 
1.เพื่อศึกษาปัญหามลพิษทางอากาศในบริเวณมาบตาพุด
2.เพื่อทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นบริเวณชุมชนมาบตาพุด
3.เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

พื้นที่การศึกษา
-บริเวณชุมชนมาบตาพุด  เทศบาลมาบตาพุด  จังหวัดระยอง
วิธีการศึกษา
1.ทำแบบสำรวจความคิดเห็น
2.สอบถามจากชาวบ้านเพิ่มเติม
3.ทำการสรุปผลประเมิน
ผลการศึกษา
จากการทำแบบสอบถามสามารถสรุปได้ว่า  ชาวมาบตาพุดส่วนใหญ่มีปัญหามลพิษทางอากาศมากที่สุด  รองลงมาเป็นปัญหาทางน้ำ ทางเสียง  สารเคมีตามลำดับ  จะเห็นได้ว่า  ปัญหามลพิษนี้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน  และจากปัญหาเหล่านี้ได้ส่งผลต่อสุขภาพของชาวมาบตาพุด  โดยจากการสอบถามชาวมาบตาพุดมีความกังวลที่จะเป็นโรคภูมิแพ้มากที่สุด  รองลงมาเป็นโรคทางเดินหายใจ  มะเร็ง  โรคหัวใจ  ความดัน  ตามลำดับ  ซึ่งการแก้ไขปัญหามลพิษในบริเวณมาบตาพุดนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกและยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรนัก  ชาวมาบตาพุดยังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาต่างๆโดยเฉพาะสุขภาพที่น่าเป็นห่วงว่าในอนาคตชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมมีอัตราการเกิดมะเร็งมากกว่าผู้ที่อาศัยไกลจากแหล่งโรงงาน

ประโยชน์
1.ทำให้เราเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบ
2.ทำให้เรามีความสามัคคีภายในกลุ่มมากขึ้น
3.ทำให้เราเข้าใจปัญหาในพื้นที่มาบตาพุดมากขึ้น
ประเด็นพิจารณาด้านต่างๆ
1.1       ด้านอุตสาหกรรม  เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้มนุษย์มีความต้องการที่หลากหลายทั้งการบริโภคและอุปโภค  รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญข้อนี้  จึงจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในปี พ.ศ.2531 เนื่องจากโรงงานมีการขยายพื้นที่และตั้งอยู่ใกล้บริเวณชุมชน ทำให้เกิดความเดือดร้อนจากทั้งสองฝ่าย  ภายหลังได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของภาครัฐปัญหาจึงเบาบางลง
1.2        ด้านมลภาวะอากาศ  หรืออากาศเป็นพิษ  ปี พ.ศ. 2543-2548 มีปัญหากลิ่นรบกวนจากโรงงานปิโตรเคมี   โรงกลั่นน้ำมัน  เนื่องจากพื้นที่โรงงานตั้งอยู่บริเวณชุมชนและไม่มีพื้นที่กันชน  ทำให้เกิดความลำบากทั้งสองฝ่าย

1.3           ด้านขยะมูลฝอย  เนื่องจากมีสิ่งปฏิกูลจากโรงงานจำนวนมาก  ทำให้ไปสะสมอยู่บริเวณแหล่งชุมชนที่ไม่สามารถแก้ไขได้  แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐบาล  ในปี พ.ศ.2550  จนถึงปัจจุบัน  เป็นปีที่ประกาศให้รณรงค์สิ่งแวดล้อม  ดังนั้นจึงส่งผลให้มีประกาศจากรัฐบาลให้เขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นเขตควบคุม  ซึ่งอยู่ภายใตต้การดูแลของ กรอ.(กระทรวงอุตสาหกรรม)
1.4       ปัญหาภัยแล้ง  เนื่องจากในปีนั้นพื้นที่มาบตาพุดประสบภัยแล้งอย่างหนัก  ส่งผลให้น้ำมีไม่เพียงต่อภาคอุตสาหกรรมและประชาชนก็มีน้ำไม่พอใช้เช่นกัน  จึงทำให้เกิดการแย่งน้ำใช้และเกิดการขาดแคลนน้ำ ทางรัฐบาลจึงจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมให้กับพื้นที่บริเวณมาบตาพุดเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว
1.5      ด้านสุขภาพ  หลังจากที่เราได้แจกแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในบริเวณนั้น  ทำให้เราทราบว่ายังมีนักเรียนและผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเจ็บป่วยจากการขยายพื้นที่ของภาคอุตสาหกรรม  เช่น  โรคมะเร็ง  โรคภูมิแพ้  มีผลการวิจัยในปี  พ.ศ 2548-2552 มีการสำรวจจากกลุ่มผู้ใหญ่และเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณแหล่งอุตสาหกรรม  ผลการวิจัยพบว่า  ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งอุตสาหกรรมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย  เช่น  หญิงตั้งครรภ์อาจให้กำเนิดทารกก่อนกำหนด  ทำให้มีน้ำหนักน้อยกว่าทารกปกติ  ในขณะเดียวกันหญิงตั้งครรภ์ที่อาศัยอยู่บริเวณไกลจากที่นี่หรือที่อื่น  จะให้กำเนิดทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีน้ำหนักปกติ

แนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะ
                รัฐบาลได้มีนโยบายกำหนดแนวทางแก้ไขมาตรการดังนี้
                การจัดการเรื่อง  ของอากาศได้มีการกำกับดูแลโรงงานโดย
                -คุณภาพอากาศในบรรยากาศ  (Ambient): โรงงานจะทำการตรวจวัดและรายงานผลปีละ 2 ครั้ง  ระดับนิคมฯจะตรวจวัดและรายงานผลปีละ2ครั้ง
                -คุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศ(Stack  Emission): โรงงานทำการติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและโรงงานต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม(Stack sampling) อย่างน้อยปีละ 2  ครั้ง
                การจัดการด้านของเสีย
กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ  อนุญาติ  การนำกากอุตสาหกรรมออกนอกโรงงาน  โดยกรมโรงงานจะนำข้อมูลเข้าระบบอิเล็กทรอนิคส์และมอบรหัสผ่านให้  กนอ.และเจ้าหน้าที่สำนักงานนิคมฯใช้ในการกำกับดูแลโรงงาน
นอกจากนี้ในส่วนความคิดเห็นของประชาชนได้มีข้อเสนอแนะดังนี้
1.โดยทั่วไปประชาชนอยากให้มีการสร้างจิตสำนึกของโรงงาน  ไม่ให้ละเมิดต่อชุมชน และต้องการให้หน่วยราชการหรือโรงงานมีการดำเนินงานแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่แบบสร้างภาพ
2.ในส่วนที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมนั้น บางส่วนต้องการให้มีการลดจำนวนโรงงาน หรือหยุดขยายโรงงานโดยสิ้นเชิง  การควบคุมการอนุญาติเปิดโรงงานต่างๆได้ให้มาตรฐานอย่างเข้มงวด  การควบคุมการปล่อยมลพิษตามเกณฑ์ที่กำหนดและตามเวลาที่เหมาะสม

3.ประชาชนต้องการให้มีแพทย์-พยาบาลไปตรวจสุขภาพประชาชนเป็นระยะเวลาและการแจกหน้ากากอนามัย
4.ในส่วนของการป้องกันนั้น  มีข้อเสนอแนะให้มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียว  สวนสาธารณะ  และปลูกต้นไม้จำนวนมากเพื่อลดมลพิษ
5.ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนั้น  มีข้อเสนอให้มีการตั้งกองทุนและสนับสนุนให้ทุนแก่ชุมชนในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม  การรับฟังเสียงของประชาชนและการประชุมร่วมระหว่างประชาชนกับโรงงาน  การให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องมลพิษและการเฝ้าระวัง  รวมทั้ง  การเปิดเผยข้อมูล  โปร่งใส ไม่ปิดข่าว
6.ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผังเมืองและการเวนคืน  มีข้อเสนอแนะให้มีการแยกพื้นที่อยู่อาศัยกับอุตสาหกรรมให้ชัดเจน การให้โรงงานซื้อที่ดินรอบๆโรงงานเพื่อเป็นแนวกันชน  การย้ายชุมชนออกไป  การจัดหาที่อยู่อาศัยให้ใหม่โดยไม่คิดมูลค่าและการเวนคืนที่ดินเพื่อการขยายอุตสาหกรรม

  สรุปผล
มาบตาพุดเป็นปัญหาที่ทุกคนกำลังกังวลว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่   หน่วยงานที่เข้ามาดูแลคือโรงงานอุตสาหกรรมและรัฐบาล   โดยที่ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดในบริเวณมาบตาพุด  จะเป็นการพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย   เป็นมะเร็งเกือบทุกชนิด  
น้ำใต้ดิน  น้ำผิวดิน คลอง  ทะเล  น้ำเน่าเสีย  อากาศเสียและมีกลิ่นเหม็น   มีกากขยะอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก   และสุดท้ายคือก๊าซรั่วไหลและอุบัติเหตุ   ปัญหาเหล่านี้ยังไม่หมดไปแม้จะมีการแก้ไขปรับปรุงเรื่องมลพิษให้ดีขึ้น   เห็นได้จากการที่นักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพิทยาคารต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลกลางชั่วโมงเรียน  เพราะสูดดมก๊าซที่รั่วไหลจากโรงงานอุตสาหกรรม  จึงทำให้ต้องย้ายโรงเรียนออกจากพื้นที่แห่งนั้น   แต่10ปีต่อมาก็ต้องย้ายโรงพยาบาลมาบตาพุดออกมาสร้างที่อื่นอีก   จะเห็นได้ว่าจังหวัดระยองเดิมแล้วประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรม  ประมง ทำไร่ทำสวน  แต่พอมีโรงงานอุตสาหกรรมจึงทำให้มีการสร้างงานสร้างรายได้  โดยการรับพนักงานจากที่ต่างๆ เข้ามา   สังเกตได้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของระยองจะได้จาก กลุ่มอุตสาหกรรมกลั่นนำมัน
แม้จะมีการฟ้องร้องจากประชาชนให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ  แต่ก็ทำได้เพียงแก้ปัญหาชั่วคราวเพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการลงทุน   ทำให้ชาวบ้านต้องทนกับสภาพปัญหาที่ตนไม่ได้ก่อ  บางคนถึงกับล้มป่วย   ภายหลังมีการประกาศให้มาบตาพุดเป็นพื้นที่ควบคุมเขตมลพิษ  ทำให้รัฐบาลต้องยอมเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง   ทำให้
แผนที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
http://www.ieat.go.th/ieat/index.php?option=com_content&view=article&id=76&Itemid=116&lang=th

อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์   wikipiadia.or.th
                                                                                               ผู้จัดทำ
                                                                                                     นางสาวเบญจวรรณ  สุขนิจสัย   52020275
                                                                                                     นางสาวกุลธิดา      ไชยยศ            52021039
                                                                                                       นางสาวสาลี    วังคะฮาด             52021104